• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

ผู้ที่บรรลุเป้าหมาย เป็นเจ้าคนนายคนมักจะคิดแบบนี้

Started by Panitsupa, April 06, 2023, 07:58:18 PM

Previous topic - Next topic

Panitsupa

ในช่วงเวลาที่ยังเป็นนักเรียน ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยต่างเชื่อเสมอว่าถ้าเกิดได้ตั้งใจเรียน สอบติดแผนกที่ใช่

ยิ่งได้โอกาสได้งานที่ดี เงินเดือนที่ดี แล้วก็ยิ่งเป็นอาชีพที่ผู้ใดก็รู้จักดังเช่นว่า ข้าราชการ, วิศวกร


นักธุรกิจยิ่งน่าภาคภูมิใจไปใหญ่ เพราะนอกจากค่าตอบแทนรายเดือนที่ได้ ส ม น้ำ ส ม เ นื้ อ มีจำนวนไม่ใช่น้อยพอที่จะอุดหนุน


ครอบครัวได้ มีผลประโยชน์รองรับให้สบายยังเป็นอาชีพที่นับว่า "มีหน้ามีตา" คนไหนก็ต้อนรับกันหมด

แต่ว่าในโลกของความเป็นจริงแล้ว อาชีพที่ "มีหน้ามีตา" ในสังคม มิได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป

และก็ในแต่ละอาชีพ เขาก็มีการระบุอัตรารับสมัครแต่ละปีที่ออกจะจำกัดน่ะสิ !

"แล้วจะเรียนไปเพราะอะไร ถ้าหากสุดท้ายก็ได้งานที่ไม่ตรงสาย/ งานที่น้อยคนจะรู้จัก/ เงินเดือนที่ไม่ได้มากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร ?"

ปัญหานี้จะได้คำตอบที่ เ ค รี ย ด มากเลย เนื่องจากว่ามันเต็มไปด้วยความคาดหมายที่มีความคิดว่า

"พวกเรามีทางเลือกอยู่ไม่กี่อย่างในชีวิต" แม้กระนั้นหากทดลองกลายเป็นความนึกคิด "ฉันดำเนินการอะไรก็ได้


ไม่ว่าจะตรงสายหรือไม่ก็ตาม" มันบางทีอาจดูประโยคขี้แพ้ในสายตาบางคน


แต่ว่าหากคิดๆดูแล้ว มันได้เรื่องพอใจ เยอะแยะกว่าการถามแบบแรกเนื่องจากข้อเท็จจริงของชีวิตคือ

1. มนุษย์ทุกคนมีความรู้และมีความเข้าใจในตัวเอง "ผิดแผกแตกต่าง" กันไปเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก่งเหมือนกันหมด

2. ในรั้วสถานที่เรียน- ม ห า วิ ท ย า ลั ยแม้กระทั่งเราได้เรียนกับอาจารย์ที่เก่งเพียงใด

ขอบเขตวิชาความรู้มันก็เป็นเพียงความรู้ในรั้วแค่นั้นโลกของวัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้น เรายังจะต้องรู้เห็นอีกมากมาย

ทำความเข้าใจกันอีก ย า ว ลองถูกลองผิดกันอีกมากมายด้วยเหตุนี้ จะมา ฟั น ธ ง ว่าเรียนมาสายวิทย์

จำเป็นต้องปฏิบัติงานสายวิทย์ เรียนสายภาษาจำเป็นต้องทำงานสายภาษา มันก็ไม่ถูกเสมอ

3. มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราจำเป็นต้องวิ่งตามหาสิ่งที่ "ใช่"

ค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆปรับพฤติกรรมไป สิ่งที่พวกเรากำลังสนุกสนานในตอนนี้ บางทีอาจจะยังไม่ใช่ที่สุด

สิ่งที่พวกเราเก่งเดี๋ยวนี้ ในภายภาคหน้า มันบางทีอาจเป็นเพียงแต่ความจำ

เพราะเหตุว่าอาจมีหลายต้นเหตุให้คิดมากขึ้น ได้แก่ จำเป็นต้องพับโครงการศึกษาต่อเอาไว้

เพราะเหตุว่าเงินไม่เพียงพอจำต้องดำเนินงานหาเงินก่อน และหลังจากนั้นก็ค่อยไปเรียนศิลป์ที่พวกเราชอบ ...

เราจะต้องมองจังหวะของชีวิตด้วย (สิ่งที่ต้องการของชีวิตแต่ละตอน


4. สิ่งที่พวกเราเรียนมาเป็นสิบเป็นร้อยกว่าวิชา มันเป็น "การหลอมหลอม" หลายวิชามิได้

สอนเราทางตรง แม้กระนั้นให้พวกเราค่อยๆดูดซับจุดเด่นแม้กระนั้นอย่างไปเอง ยกตัวอย่างเช่น ฝึกหัดความอดทน, ฝึกหัดความวิจิตร,

ฝึกความชำนาญการเข้าสังคมในคราวหนึ่งที่พวกเรามองไม่เห็นคุณประโยชน์ว่าจะใช้อะไรได้จริง เพียงพอโตขึ้นอีกหน่อย

มันก็ควรมีบ้างล่ะที่พวกเรานึกอะไรขึ้นมาจนถึงต้องไปหา อ่ า น ปัดฝุ่นตำราอีกครั้ง

ทุกความรู้ที่พวกเราได้รับ ไม่เคยเสียเปล่า แค่เรามองไม่เห็นค่ามันเอง ลองนึกดูให้ดีสิ !

5. มนุษย์เราจะต้องมีทางเลือกให้กับชีวิตไว้หลายด้าน หรือ "มีแผนสำรอง"

เพื่อไม่เป็นการปิ ด กั้ นตนเองจนเกินความจำเป็น ตัวอย่างเช่น ถ้าวุฒิที่เราเรียนมามันหางาน ย า ก จะยอมรึเปล่าที่เอาวุฒิต่ำยิ่งกว่านี้หางานไปก่อน?

ถ้าเกิดเราไม่ได้อาชีพนี้ เรายอมได้รึเปล่าที่จะทำอาชีพอื่นไปพลางๆก่อน?

ความฝันสิ่งที่ใช่ มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ได้ดั่งหัวใจในทันทีมันเป็นเรื่องธรรมดามากมายๆที่ต้องแลกเปลี่ยนกับความอ่อนเพลีย

ความ พ ย า ย า ม หลายเท่าตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแม้จะพบว่าทำไม ห ม อ

บางบุคคลถึงเขียนเพลงได้?

ทำไมบางบุคคลเรียนวิชาชีพแม้กระนั้นมาเป็นศิลปิน?

ทำไมบางบุคคลเรียนไม่จบแม้กระนั้นไปถึงเป้าหมาย?

ถ้าเกิดยังไม่เข้าในข้อนี้ ทดลองย้อนกลับไป อ่ า น ข้อ 4 อีกครั้งขึ้นชื่อว่า "วิชาความรู้" พวกเราได้รับมา

ถึงจะไม่ใช้ในทันทีก็ไม่สมควรเสียดาย ขึ้นชื่อว่า "ความฝัน" ถึงจะยังไม่ใช่ในวันนี้

ใช่ว่าวันหน้าจะไม่มีทางเป็นไปได้ มันอยู่ที่ตัวเราล้วนๆว่า... "รู้ตัวดีไหมว่าทำอะไรอยู่?" และก็

"พร้อมจะยืดหยุ่นกับทุกสถานการณ์ชีวิตรึเปล่า?"

อย่ าลืมว่า...โลกพวกเรากลม รวมทั้งมีหลายมิติ ใช่ว่าจะต้องมองเพียงแต่ด้านเดียว
ข้อคิดชีวิต
ขอบคุณบทความจาก https://freelydays.com/13507/
คำค้นหา : ทำงานไม่ตรงสาย